4 C’s ของเพชร คืออะไร เพชรแท้ที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง 

4 C’s ของเพชร คืออะไร เพชรแท้ที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง 

          4C’sของเพชรคืออะไร เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า 4 C’s ของเพชรกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะได้ยินจากคนขายเพชรหรือคนใกล้ชิดที่มักจะแนะนำให้เราต้องคำนึงถึง 4 C’s ในทุกครั้งก่อนที่เราจะเลือกซื้อเพชรสักเม็ด โดยวันนี้เราจะมาไขคำตอบกันว่าจริงๆ แล้ว 4 C’s ของเพชรนั้นคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในการเลือกซื้อเพชร 

4C’sของเพชรคืออะไร 

         4 C’s ของเพชร คือปัจจัยทั้งหมด 4 ประการ ซึ่งถือเป็นหลักสากล ในการประเมิน ราคา และ คุณภาพของเพชร โดยถือเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่ง ในการเลือกซื้อเพชรทุกครั้ง เพราะถ้าหากเพชรเม็ดนั้นมีคุณสมบัติตรงตาม 4 ประการที่ว่านี้แล้ว ก็จะจัดว่าเป็นเพชรที่มีคุณภาพ คุ้มราคาเป็นอย่างยิ่ง ว่าแต่ 4 ข้อที่ว่านี้มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยดังนี้

4 C’s ของเพชร

บทความที่เกี่ยวข้อง การเจาะลึกราคาเพชร และการตั้งราคาซื้อขายเพชร ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง


     1.น้ำหนักของเพชร (Carat Weight) 

  • ปัจจัยประการแรกที่สำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในการเลือกซื้อเพชรก็ คือ ควรดูจากน้ำหนักของเพชรหรือ Carat Weight ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะปรากฎอยู่ในใบเซอร์ทิฟิเคท GIA โดยน้ำหนักของเพชรนั้น มีคำที่ใช้เรียกเป็นทางการก็คือ กะรัต ซึ่งเพชร 1 กะรัต นั้นจะมีน้ำหนักเท่ากับ 0.2 กรัม แม้ว่าเพชรแต่ละเม็ดจะ มีน้ำหนักที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ก็จะส่งผลต่อราคาเป็นอย่างมาก เช่น เพชรที่มีขนาด 0.99 กะรัต กับเพชร 1 กะรัต แม้จะห่างกันด้วยจำนวนจุดทศนิยม แต่ก็มักจะมีราคาที่ห่างกัน เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้น ทุกท่านควรสังเกตและคำนึงไว้เสมอว่า ยิ่งเพชรมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ มีตัวเลขกะรัตมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีราคาที่สูงมากขึ้นเป็นทวีคูณเท่านั้น ดังนั้น ใครที่อยากจะซื้อเพชรเม็ดเป้งๆ ที่มีน้ำหนักเยอะก็จำเป็นต้อง มีเงินค่อนข้างมากพอสมควร เพราะเพชรประเภทนี้เกิด จากก้อนดิบที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งหาได้ยากกว่าก้อนดิบขนาดเล็ก ราคาจึงสูงขึ้นเป็นธรรมดา 

     2.สีของเพชร (Color) 

  • สีของเพชร เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้น้ำหนักของเพชร โดยในปัจจุบันนั้น GIA ได้จำแนกการแบ่งเฉดสี ของเพชรเอาไว้ด้วยการไล่ตัวอักษร โดยเริ่มต้นตั้งแต่ D ซึ่งเป็นตัวอักษรแทนเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวใสที่สุด โดยเป็นเพชรน้ำ 100 ไร้สี มีความบริสุทธิ์ จากนั้น ก็จะไล่ระดับสีไปตามตัวอักษร โดย E และ F โดยยังถือเป็นเพชรที่อยู่ในเกรดไร้สี ซึ่งให้ความขาวเทียบเท่า กับเพชรระดับ D แต่ไม่ถึงกับขาวบริสุทธิ์มาก ส่วนเพชรน้ำ 97 หรือตั้งแต่ G เป็นต้นไป ก็จะเป็นเพชร ในเกรดเกือบไร้สี ค่อนข้างจะมีความเหลืองเข้ามาแซมๆ บ้างเล็กน้อย ในขณะที่เพชรระดับ K ขึ้นไป จะเป็นเพชรที่สามารถสังเกต สีเหลืองเห็นได้เด่นชัด ไล่ไปจนถึง Z ที่มีสีเหลืองเข้มมากที่สุด การเลือกสีของเพชรเพื่อนำมา ใส่เป็นเครื่องประดับนั้น ควรเลือกเพชรที่มีน้ำใกล้เคียง กันมากที่สุด เพื่อให้เกิดความกลมกลืนและสวยงาม 

     3.ตำหนิ (Clarity)

  • เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ในการใช้ประเมินคุณภาพ และราคาของเพชร สำหรับตำหนิ ที่ในเนื้อเพชรแต่ละเม็ดนั้น มักจะมาพร้อมตำหนิที่ มีความแตกต่างกัน เพชรเม็ดไหนที่มี ตำหนิน้อยที่สุด ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น โดยตำหนิของเพชรนั้นสามารถจัดเกรดได้ดังต่อไปนี้ 

             – Flawless (FL) เป็นคุณสมบัติของเพชร ที่ไม่มีตำหนิทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าจะส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า 

             -Internally Flawless (IF) เป็นคุณสมบัติของเพชรที่มองไม่เห็นตำหนิภายใน จะสังเกตเห็นตำหนิเล็กๆ ได้จากภายนอกเท่านั้น เมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า 

             -Very Very Slightly Included (VVS1-VVS2) เป็นคุณสมบัติของเพชรที่หาตำหนิได้ยาก ตำหนิไม่ปรากฎอยู่บนเหลี่ยมเทเบิล ซึ่งถือเป็นเหลี่ยมใหญ่ที่สุดของตัวเพชร เมื่อส่องดูด้วยกล้องขยาย 10 เท่า

             -Slightly Included (SI1-SI2) เป็นคุณสมบัติของเพชรที่เห็นตำหนิได้ง่าย เมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่าหรือมองด้วยตาเปล่า 

             -Imperfect (I1-I2-I3) เป็นคุณสมบัติของเพชรที่สามารถเห็นตำหนิได้ง่ายมากที่สุด จนสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยไม่จำเป็นต้องใช้กล้องส่องขยาย โดยตำหนิในลักษณะนี้จะส่งผลต่อประกายความขาวใส  ของเพชร ทำให้อาจเกิดความขุ่นมัวในเนื้อเพชร และเป็นเหตุทำให้เพชรมีมูลค่าที่ต่ำลงกว่าเดิมได้ 

     4.การเจียระไน (Cut) 

  • ปัจจัยสำคัญข้อสุดท้าย ในการใช้พิจารณาคุณภาพและราคาของเพชรก็คือ การเจียระไน ที่เรียกว่าเป็นคุณสมบัติ ที่มีผลต่อการสะท้อนแสง, ประกาย, ไฟ รวมไปถึงความระยิบระยับของ ตัวเพชร ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใส่เป็นเครื่องประดับ โดยการเจียระไนที่ดีนั้น สัดส่วนเม็ดของเพชรดังกล่าว ต้องมีความสมมาตรกันในทุกฝั่ง ทุกเหลี่ยม และทุกด้านของขอบเพชร ต้องไม่หนาหรือบางจนเกินไป มีการขัดเงาบริเวณผิวของตัวเพชรที่ สามารถทำให้แสงที่ตกกระทบไปในเพชรหรือ ผิวของเพชรเดินทางได้ดี ทำให้เกิดความระยิบระยับ แวววาว สวยงามเมื่อต้องกับแสงไฟ โดยวิธีในการเจียระไนนั้น มีทั้งเจียระไนแบบเพชรกลม เจียระไนเพชรแฟนซี ซึ่งเป็นเพชรที่มีหลากสีสัน นอกเหนือไปจากเพชรสีขาวและเหลือง และมีรูปทรงที่หลากหลายมากกว่าเพชรทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงหยดน้ำ, ทรงรี, มรกต, ทรงหัวใจ ฯลฯ 

4 C’s ของเพชรแท้

บทความที่เกี่ยวข้อง วิธีเลือกซื้อเพชรให้ได้คุณภาพตรงใจ อย่างที่คุณต้องการ


        และทั้งหมดนี้ก็คือ คุณสมบัติ 4 C’s ของเพชร ที่คุณควรใช้เป็นปัจจัย สำคัญในการเลือกซื้อเพชร ทุกครั้ง เพื่อให้ได้เพชรที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการ และมีราคาคุ้มค่าสมเหตุสมผล ดังนั้น ใครที่กำลังเลือกซื้อเพชร สักเม็ดกันอยู่ อย่าลืมนำเอาทั้ง 4 ข้อนี้ไปใช้เป็นเทคนิค ในการเลือกเพชรกันด้วยนะคะ 


อ้างอิง : primadiamond.co.th/th/news/หลักในการเลือกซื้อเพชรเบื้องต้น-4cs

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top