วิธีเลือกมุก และการดูแลรักษาให้คงประกายแวววาวอยู่เสมอ

วิธีการเลือกมุกและรักษามุก ให้คงประกายแวววาวอยู่เสมอ

        วิธีการเลือกและรักษามุก  มุก (Pearl) จัดเป็นอัญมณีในกลุ่มอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมและมีคุณค่ามากที่สุดในกลุ่ม โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ได้มีการค้นพบว่ามุกถูกนำมาใช้กับมนุษย์ตั้งแต่ 4,000 กว่าปีก่อน โดยเครื่องประดับมุกที่เก่าแก่ที่สุดนั้นถูกค้นพบในบริเวณสุสานเจ้าหญิงแห่งเปอร์เซีย ที่สวรรคตเมื่อประมาณ 520 ปีก่อนคริสกาล ซึ่งในปัจจุบันนี้เครื่องประดับมุกดังกล่าวก็ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประเทศฝรั่งเศส 

        วิธีการเลือกและรักษามุกมุก ยังถือเป็นหนึ่งในอัญมณีที่มาพร้อมความเชื่อมากมายตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อที่ว่า มุกเป็นตัวแทนของดวงจันทร์ ที่มีอำนาจวิเศษ มุกเป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์ โดยมีเพียงผู้สูงศักดิ์เท่านั้นที่จะใช้เครื่องประดับมุกได้ และในทวีปอเมริกาก็ได้ยกย่องให้มุกเป็นพลังอำนาจแห่งความงาม ทำให้ผู้คนชาวอเมริกันพื้นเมืองต่างนำมุกมาประดับเสื้อผ้า สวมใส่จี้และต่างหูที่ทำจากมุก อีกทั้งบางชนเผ่าก็ยังนำมุกไปเป็นเครื่องบรรณาการอีกด้วย  

วิธีการเลือกมุก

บทความที่เกี่ยวข้อง ประเภทและความรู้เรื่องอัญมณี ที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน

ต้นกำเนิดของมุก 

มุกมีต้นกำเนิดมาจากหอยประเภทต่างๆ ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม โดยสามารถแบ่งต้นกำเนิดของมุกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  1. มุกจากธรรมชาติ  เป็นมุกที่เกิดขึ้นจากการที่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในตัวหอย ทำให้หอยสร้างเมือกเพื่อลดความระคายเคืองจึงเกิดเป็นมุก ซึ่งการกำเนิดในลักษณะนี้มนุษย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เป็นวิธีการกำเนิดโดยธรรมชาติล้วนๆ 
  2. มุกเลี้ยง เป็นมุกที่มีลักษณะการเกิดคล้ายกับมุกตามธรรมชาติ แต่มนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องในการเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์มากขึ้น 

แหล่งที่สามารถพบมุก : ส่วนใหญ่แล้ว มุกมักจะพบได้มากสุดที่อ่าวเปอร์เซีย ศรีลังกา ออสเตรเลีย ตาฮิติและบริเวณทะเลใต้ 

วิธีเลือกมุกและรักษามุก

บทความที่เกี่ยวข้อง วิธีเลือกพลอย สุดยอดอัญมณีเลอค่า กับ 4 ปัจจัยในการเลือกสรรที่คุณต้องรู้

ปัจจัยในการใช้เลือกซื้อและประเมินคุณภาพของมุก

สำหรับปัจจัยที่สามารถใช้ในการประเมินคุณภาพของมุก เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อมุกที่มีคุณภาพมากที่สุดนั้น วิธีการเลือกและรักษามุก สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 

  • รูปทรง  โดยทั่วไปคนมักจะเข้าใจว่า มุกมักจะมีรูปทรงกลมเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว มุกมีหลายรูปทรง ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงกลม, รูปทรงกึ่งกลม, รูปทรงหยดน้ำ, รูปทรงไข่, รูปทรงกระดุมและรูปทรงที่มีความบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน โดยรูปทรงมุกที่ดี มีคุณภาพ มีความสวยงาม และเป็นรูปทรงที่หาได้ยากมากที่สุดก็คือ รูปทรงกลม 
  • ความแวววาว   ความแวววาวของมุก เกิดจากการที่แสงสะท้อนบริเวณผิวของมุก ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยิ่งมุกมีความแวววาวสะท้อนแสงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นมุกที่มีความสวยงาม และมีมูลค่าที่สูงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น 
  • สีมุก  ประกอบไปด้วยสีในส่วนพื้นและสีรอง โดยสีพื้นจะเป็นสีที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยไม่ผ่านการกระทบหรือสะท้อนแสง ส่วนสีรองจะเป็นสีที่มองเห็นเวลามุกสะท้อนแสง เช่น เวลามองปกติอาจจะเห็นผิวของมุกเป็นสีขาว แต่เมื่อเวลามุกสะท้อนแสงแล้ว ตาของเราจะมองเห็นมุกเป็นประกายแวววาวสีชมพู ซึ่งโดยปกติแล้ว สีพื้นของมุกที่พบได้ในปัจจุบัน นอกจากสีขาวก็ยังมีสีครีม สีเหลือง สีชมพู สีเงินและสีดำ โดยความนิยมของมุกแต่ละสีก็ขึ้นอยู่กับชนิดของมุกด้วยเช่นกัน หากเป็นมุกญี่ปุ่น สีที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นสีขาวอมชมพู สีขาว สีครีม หากเป็นมุกทะเลใต้ ก็จะนิยมสีขาวและทอง มุกตาฮิติ สีที่นิยมก็คือ สีเทาดำและดำ เป็นต้น 
  • ขนาด ขนาดของมุกขึ้นอยู่กับชนิดของมุก เช่น มุกน้ำจืดจะมีขนาดประมาณ 3-10 มิลลิเมตร มุกญี่ปุ่นมีขนาด 6-9 มิลลิเมตร มุกทะเลใต้ มีขนาด 9-13 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นมุกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด 
  • ความสมบูรณ์ของผิวมุก  อีกหนึ่งปัจจัยที่ใช้พิจารณาคุณภาพของมุกก็คือ ความสมบูรณ์ของผิวมุก เนื่องจากในการเลี้ยงหอยมุกนั้น มุกที่ได้อาจจะมีตำหนิบนพื้นผิว ทำให้ผู้ซื้อต้องพิจารณาจากตำหนิเป็นสำคัญ โดยมุกที่ดีที่สุดจะต้องมีสีผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่มีตำหนิ และไร้ร่องรอยขีดข่วน หากมุกเม็ดใดมีตำหนิ ก็จะส่งผลถึงราคาของมุกเม็ดนั้นๆ ให้ต่ำลงไปด้วย

วิธีการเลือกมุก และให้แวววาว

วิธีดูแลรักษามุกให้เปล่งประกายแวววาวอยู่เสมอ 

  • การดูแลรักษามุก ให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ใช่การเก็บเอาไว้ในตู้ แต่เป็นการหยิบนำมาใส่คล้องคอบ่อยๆ เพราะน้ำมันจากร่างกายเราจะคอยหล่อ เลี้ยงมุกให้มีความแวววาวอยู่เสมอได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการให้มุกมีประกายแวววาว เหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา ควรนำเอามุกมาใส่ออกงาน หรือใส่ในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้มุกคงสภาพ ความแวววาวเอาไว้ได้ ทั้งนี้ควรระวังไม่ให้ มุกสัมผัสกับสารเคมี เช่น น้ำหอม สเปรย์ฉีดผม น้ำยาทำความสะอาด หรือเครื่องสำอางต่างๆ เพราะสารเคมีดังกล่าวจะเป็นตัวลดความวาวบนพื้นผิวของมุกจนหมดไป ทางที่ดีหลังจากสวมใส่แล้ว ก่อนเก็บให้คุณเช็ดมุกด้วยผ้านุ่มๆ ทุกครั้งและควรเก็บมุกแยกจากเครื่องประดับประเภทอื่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดตำหนิหรือร่องรอยขีดข่วน

         และทั้งหมดนี้ ก็คือประวัติความเป็นมา, ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อมุก รวมไปถึงวิธีดูแลรักษามุกที่สาวกอัญมณีทั้งหลายควรรู้เอาไว้ ยิ่งหากใครกำลังมองหาสร้อยคอมุกสักเส้นอยู่ล่ะก็ ลองนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาประกอบการเลือกซื้อได้เลย รับรองว่าคุณจะได้มุก สุดยอดเครื่องประดับเลอค่าอย่างสวยงามสมความปรารถนาแน่นอน

อ้างอิง : https://anantajewelry.com/southseapearlcare/

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top