วิธีเลือกซื้อเพชรให้ได้คุณภาพตรงใจ  อย่างที่คุณต้องการ

วิธีเลือกซื้อเพชร ให้ได้คุณภาพตรงใจ  

             วิธีเลือกซื้อเพชร มาสวมใส่เป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแหวนเพชร หรือสร้อยคอ รวมถึงเครื่องประดับ ร่างกายประเภทอื่นๆ จำเป็นต้องมาพร้อมวิธีการเลือก แบบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะเพชรถือเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าสูง และมีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกจากความชอบและความรู้สึกแต่เพียงอย่างเดียว การเลือกเพชรจำ เป็นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกที่เหมาะสมและถูกต้องด้วย เพื่อให้คุณได้เพชรที่มีคุณภาพ สวยงาม มีคุณสมบัติตาม ความต้องการครบถ้วน และคุ้มค่าคุ้มราคาที่เสียไปมากที่สุด วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเลือกเพชรมาฝากกัน เพื่อให้คุณสามารถนำ ไปพิจารณาก่อนการเลือกซื้อเพชรได้ดียิ่งขึ้น 

วิธีการเลือกซื้อเพชร

บทความที่เกี่ยวข้อง วิธีตรวจสอบเพชรแท้ vs เพชรเทียมง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองได้ที่บ้าน

วิธีเลือกซื้อเพชรจากพื้นฐานเบื้องต้น 4 ประการ 

         วิธีเลือกซื้อเพชร ที่เหมาะสมนั้น ควรยึดพื้นฐานการเลือกทั้ง 4 ประการ ที่เรียกว่ากัน 4 CS โดยประกอบไปด้วย Carat Weight (น้ำหนักของเพชร), Cut (การเจียระไน), Color (สี) และ Clarity (ความสะอาด) ซึ่งปัจจัยเบื้องต้นทั้ง 4 มีรายละเอียดและความสำคัญแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ 

1.Carat Weight (น้ำหนักของเพชร)

  • กะรัต คือ หน่วยที่ใช้เป็นมาตรฐานใน การวัดน้ำหนักของเพชร หรือการชั่งน้ำหนักอัญมณีประเภทต่างๆ โดยมีตัวย่อที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ CT ซึ่งในหนึ่งกะรัตนั้นจะแบ่งเป็นหน่วยย่อย 100 หน่วย หรือที่เรียกกันว่า Point แปลเป็นไทยก็คือ ตัง ยกตัวอย่าง เช่น เพชรที่มีน้ำหนักขนาด 0.50 กะรัต (Ct) จะมีน้ำหนักเทียบเท่าเพชร 50 Points หรือ 50 ตัง 
  • การเลือกซื้อเพชร คือ สิ่งสำคัญที่คุณต้องพิจารณาเป็นลำดับต้นๆ ก็คือน้ำหนักของเพชร โดยเพชรที่มีน้ำหนักเท่ากันนั้น อาจจะมีราคาที่แตกต่างกัน เพราะอาจจะมีคุณลักษณะอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ราคาสูงต่ำไม่เท่ากัน นอกจากนี้ราคาของเพชรก็ยังไม่ได้สูงขึ้น จากอัตราส่วนในแบบเดียวกับน้ำหนักกะรัต แต่อาจจะสูงขึ้นตามช่วงน้ำหนกั เช่น เพชร 1 กะรัต ไม่ได้มีราคาเป็น 2 เท่าของเพชร 0.5 กะรัต หรือ 50 ตังเสมอไป หรือเพชร 2 กะรัตก็ไม่ได้มีราคาเป็นสองเท่าของเพชร 1 กะรัตเสมอไปเช่นเดียวกัน 

2.Cut (การเจียระไน)

  • ปัจจัยต่อมาที่ควรใช้พิจารณา ในการเลือกซื้อเพชรก็คือ การเจียระไน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความสามารถและความชำนาญการของผู้เจียระไนที่จะช่วยยกระดับความสวยงามและมูลค่าของเพชรเม็ดๆ นั้นให้สูงมากขึ้น เนื่องจากสัดส่วน รูปทรงของเพชรแต่ละเม็ดมีความสำคัญอย่างมาก เพชรที่มีคุณภาพ จึงควรเป็นเพชรที่มีความเหมาะสมของสัดส่วนในทุกๆ ด้าน ทุก มุม ไม่ควรมีหน้ากว้างหรือแคบมากจนเกินไป รวมไปถึงความตื้นความลึกของก้นเพชร นั้นก็ควรอยู่ในระดับที่พอดีด้วยเช่นเดียวกัน 
  • เพชรทรงกลมถือเป็นรูปร่างของเพชรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งประเภทของเพชรทรงกลมที่เป็นที่นิยมแพร่หลายก็คือ เพชร Brilliant Cut โดยมีรูปทรงที่กลมสวยงาม มีความขาวสะอาดส่องสว่าง กระจ่างใส สะท้อนแสงมายังผู้สวมใส่เพื่อวก่อให้เกิดความประกายแวววาว จึงเหมาะสำหรับการเลือกเป็นเพชรเครื่องประดับ เช่น แหวน กำไล และสร้อยคอ 

3.Color (สี)

  • โดยทั่วไปแล้ว สีของเพชร มักจะพบในลักษณะสีขาวใส หรือที่เราเรียกกันว่าเพชรไร้สี แต่จริงๆ แล้วในอุตสาหกรรมเพชรนั้น มีเพชรหลายเฉดสีมาก โดยไล่ตั้งแต่สีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสีใดเจือปน จนไปถึงเพชรที่มีสีเหลืองเข้ม จากนั้นก็จะเป็นประเภทของเพชรแฟนซีที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยจะมีทั้งสีน้ำตาล ฟ้า ชมพู ม่วงหรือส้ม ซึ่งการจัดแบ่งจำแนกประเภทของสี GIA ก็ได้มีการแบ่งหมวดหมู่ ของสีเพชรเอาไว้ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดยเริ่มจากเพชรขาวสะอาด ด้วยตัวอักษร D จากนั้นไล่ไปจนถึงตัวอักษร Z ที่เป็นเพชรที่มีสีเหลืองเข้มที่สุด ซึ่งเพชรในระดับเฉดสีตัวอักษร D นั้น จัดเป็นเพชรน้ำ 100 หรือเพชรที่มีความขาวสว่างที่สุด ถัดมาก็เป็นเพชรน้ำ 99 ที่ตัวอักษร E เพชรน้ำ 98 ที่ตัวอักษร F ไล่ไปจนถึง Z (คำว่า “น้ำ” ในที่นี้มีความหมายเดียวกันกับคำว่า “สี” ส่วนใหญ่นำมาใช้ในการพูดถึงสีของเพชรเป็นหลัก)

4.Clarity (ความสะอาด)

  • ประการสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันในการใช้พิจารณาเลือกซื้อเพชรก็คือ ความสะอาดหรือ Clarity ซึ่งหมายถึงตำหนิที่เกิดจากธรรมชาติของเพชร ซึ่งเพชรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้นจะสามารถเกิดรอยตำหนิในเนื้อเพชรได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีแรงกดดันและอุณหภูมิที่สูงมาก รวมไปถึงปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่ก่อให้เกิดตำหนิได้ ดังนั้น เพชรที่ไม่มีตำหนิจึงค่อนข้างหาได้ยากและมีราคาสูง เพราะเพชรส่วนใหญ่หากเกิดจากธรรมชาติก็ล้วนแล้วแต่มีตำหนิด้วยกันทั้งนั้น ต่างกันตรงที่จะมีตำหนิมากหรือน้อย เพชรที่มีตำหนิที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ย่อมเป็นเพชรที่ยังมีมูลค่าสูง แต่ถ้าเป็นเพชรที่สามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า ก็จะเป็นเพชรที่มีราคาถูกลงมา หรือเป็นเพชรที่สามารถต่อรองราคาได้  

เลือกซื้อเพชร-ใบเซอร์

บทความที่เกี่ยวข้อง 4 C’s ของเพชร คืออะไร เพชรแท้ที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง 

ใบเซอร์รับรองเพชร 

  • นอกจากปัจจัย เบื้องต้นในการพิจารณาเลือกซื้อเพชรทั้ง 4 ข้อดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ ผู้เลือกซื้อเพชรควรพิจารณา นั่นก็คือ ใบเซอร์รับรองเพชร หรือใบเซอร์ทิฟิเคทจาก GIA สถาบันทางการศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และได้รับความนิยมมากที่สุด หากเพชรจากร้านใดที่มีใบเซอร์รับรอง ก็จะเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพ ของเพชรได้ เพราะในใบเซอร์จะมีรายละเอียด และคุณสมบัติของเพชรเม็ดนั้นๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นขนาด, น้ำหนัก, ลักษณะมลทิน, การเจียระไน ฯลฯ ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้ว่า เพชรที่ซื้อมานั้น เป็นเพชรแท้ ไม่ใช่เพชรเทียม และตรงตามกับที่ร้านค้าบอกทุกประการ การซื้อเพชรที่ไม่มีใบเซอร์รับรองนั้น แม้จะมาเป็นเพชรที่มีราคาถูกกว่า แต่อาจจะถูกย้อมแมวหรือโดนหลอกลวงจากการขายเพชรปลอม หรือเพชรที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานได้ 

         และนี่ก็คือ ปัจจัยพื้นฐาน ในการเลือกซื้อเพชรที่คุณสามารถนำ ไปใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือก ซื้อได้อย่างไม่มีผิดหวัง หากพิจารณา จากคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน ก็มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้เพชรที่มีความสวยงาม มีน้ำและรูปที่ตรงตามความต้องการ อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างแน่นอน

อ้างอิง : iurban.in.th/inspiration/howtoweddingring/

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top