การเจาะลึกราคาเพชร และการตั้งราคาซื้อขายเพชร ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

ราคาเพชรและการตั้งราคาเพชร 

            ราคาเพชร เพชร (diamond) เป็นอัญมณีที่มีความสวยงาม เลอค่า ซึ่งจะช่วยยกระดับความหรูหรา และส่งเสริมบุคลิกภาพให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมาพร้อมมูลค่าที่ สูงกว่าเครื่องประดับชนิดอื่นๆ ดังนั้น ราคาเพชรและการซื้อขายเพชร ผู้ขายจำเป็นต้องมี ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อย่างละเอียดสมบูรณ์ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาเจาะลึกกัน ถึงเรื่องราคาของเพชร การตั้งราคา และการตรวจสอบราคาว่า มีปัจจัยสำคัญใดบ้างที่ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจเพชร ทั้งหลาย หรือผู้ที่กำลังเลือกซื้อเพชร ควรต้องศึกษาเป็นพื้นฐานเอาไว้

ราคาเพชร

บทความที่เกี่ยวข้อง ระดับสีของเพชร และเทคนิคการจำแนกสีเพชร ทำได้อย่างไรบ้าง

การตั้งราคาเพชร

  • โดยปกติแล้ว ราคาเพชร จะตั้งอ้างอิงตามราคากลาง หรือที่เราเรียกกันว่า ราคาพอร์ท โดยราคาดังกล่าวนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ ซึ่งราคาพอร์ทจะขึ้นหรือลงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ 2 ประการ นั่นก็คือ สีและความสะอาด ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเพชรแปรผันได้ ดังนั้นเมื่อผู้เลือกซื้อเพชร ทำการตรวจสอบ และเปรียบเทียบราคาแล้ว ก็ควรเปรียบเทียบเพชร ที่มีคุณภาพเดียวกันทุกประการ ไม่ควรเปรียบเทียบราคาของเพชร ต่างประเภทหรือมีคุณลักษณะต่างกัน เพราะจะทำให้ไม่สามารถ วัดราคามาตรฐานได้ เช่น เพชรน้ำ 100 ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบราคากับเพชรน้ำ 97 หากเกิดการเปรียบเทียบราคาในลักษณะนี้ แน่นอนว่าเพชรน้ำ 100 จะต้องเป็นเพชรที่มีราคาสูง กว่าอย่างแน่นอน ดังนั้นการเปรียบเทียบ หรือตรวจสอบราคา จะเที่ยงตรงก็ต่อเมื่อคุณเลือกเพชร ที่มีคุณภาพเหมือนๆ กันมาเปรียบเทียบกันเท่านั้น 

ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาราคาเพชร 

  • ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เลือกซื้อเพชร อาจจะสามารถซื้อเพชร ได้แพงกว่าหรือถูกกว่าราคาในพอร์ท นั่นเป็นเพราะว่ามีปัจจัยหลาย ส่วนที่ใช้พิจารณาราคาของเพชร โดยเฉพาะในร้านค้าทั่วไป ที่ราคามักจะไม่ตรงกับราคาพอร์ทแบบเป๊ะๆ เพราะด้วยคุณสมบัติของเพชร ที่มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งนอกจากสีและ ความสะอาดที่ใช้ปัจจัยหลักใน การพิจารณาตั้งราคาแล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ https://www.vipdiamond.co/

ราคาเพชร-ตั้งราคาเพชร

บทความที่เกี่ยวข้อง ใบเซอร์รับรองเพชรดีอย่างไร ทำไมเพชรแท้จึงต้องมีใบเซอร์ 

ขนาด (Carat) 

  • ขนาดของเพชร มีความสัมพันธ์ กับส่วนลดราคาของพอร์ท ซึ่งแตกต่างกันไปตามขนาด เช่น เพชรขนาด 70-90 ตัง มักจะมีส่วนลดน้อยกว่าขนาด 30-50 ตัง ยิ่งถ้าเป็นเพชรขนาดพรีเมี่ยม เช่น เพชรขนาด 70 ตัง ก็จะมีขนาดส่วนลดน้อยกว่าเพชร 50 ตัง

การเจียระไน (Cut)

  • คุณภาพของการเจียระไนนั้น มีส่วนสำคัญในการกำหนดราคา เพชรเช่นกัน หากเป็นเพชรที่ผ่านการเจียระไนเกรด 3 Excellent ก็จะมีส่วนลดน้อยกว่าเพชรที่ผ่านการเจียระไนเกรด 3 Very Good รวมไปถึงเพชรที่มีสัดส่วนไม่สมมาตร โดยมีขนาดก้นที่ตื้นหรือลึกมากเกินไป หรือมีความหนามากกว่ามาตรฐาน มักจะเป็นเพชรที่ได้ส่วนลด มากกว่าเพชรที่มีสัดส่วนสวยงาม เช่น เพชรเกรด Class 1 

ใบเซอร์รับรอง (Certificate) 

  • เพชรที่มีใบเซอร์รับรองของสถาบัน ที่มีชื่อเสียงมากกว่า มักจะมีราคาสูงกว่าเพชรที่มีใบเซอร์ จากสถาบันที่มีชื่อเสียงรองๆ ลงมา เช่น เพชรที่มีใบเซอร์จากสถาบัน GIA จะมีราคาที่สูงกว่าเพชร ที่มีใบเซอร์จากสถาบัน IGI, HRD แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เพชรที่ได้ใบเซอร์จาก GIA จะเป็นที่มีคุณภาพมากกว่าเพชรที่ได้ใบเซอร์จาก IGI หรือ HRD เสมอไป เพราะบางครั้งเพชร ที่ได้ใบเซอร์จากสถาบันที่มีชื่อเสียงรองลงมา ก็มีคุณภาพมากกว่า เพชรที่ได้ใบเซอร์ จากสถาบันที่มีชื่อ เสียงมากกว่าได้เช่นกัน 

ราคาเพชร-ใบรับรอง

คุณสมบัติในการเรืองแสง (Fluorescence) 

  • เพชรที่มีคุณสมบัติ ในการเรืองแสงปานกลาง ไปจนถึงเข้มมาก จะได้ส่วนลดมากกว่า เพชรที่ไม่มีการเรืองแสง หรือเรืองแสงได้ในลักษณะอ่อนๆ 

สภาวะของตลาดและเศรษฐกิจ

  • นอกจากปัจจัย ที่เป็นคุณสมบัติของตัวเพชรแล้ว การกำหนดราคาเพชร ก็ยังขึ้นอยู่กับสภาวะ ของตลาดและเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ ด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ตอนที่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ราคาของเพชรมีส่วนลดสูงกว่าเพชรในช่วงที่เศรษฐกิจ ฟื้นตัวมากทีเดียว เปรียบเทียบง่ายๆ กับตลาดทองคำที่มีความผันผวน ทางด้านราคาตามสภาพตลาด และเศรษฐกิจ ทำให้ในช่วงที่ตลาดกำลังแย่ๆ เป็นช่วงที่เหมาะสม เป็นอย่างยิ่งในการซื้อเพชรเก็บเอาไว้ เพื่อเก็งกำไรในอนาคต 

อัตราแลกเปลี่ยน

  • เนื่องจาก พอร์ทราคากลางนั้น เป็นพอร์ทที่กำหนดด้วยสกุลเงิน US Dollar ดังนั้นช่วงที่ Dollar อ่อนค่ากว่าเงินบาท ราคาเพชรก็จะถูกลง มากยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง 

            สำหรับ ราคากลางของเพชรนั้น ผู้เลือกซื้อเพชร สามารถนำมาใช้อ้างอิง เป็นราคากลางของเพชรใน แต่ละสเปคหรือแต่ละคุณสมบัติได้ แต่ก็อย่างที่กล่าวเอา ไว้ข้างต้นว่า ราคากลางไม่ใช่ราคาเพชรที่เป๊ะๆ ไปหมดทุกร้านซะทีเดียว เพราะมีปัจจัยอื่นๆ ดังที่กล่าวมา เป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่จะทำให้ราคาเพชร ขึ้นหรือลงได้ทุกเมื่อ และผู้ที่สงสัยว่าเพชร 1 กะรัตมีราคาเท่าไหร่ จากคำถามนี้ไม่สามารถหาคำตอบ ได้อย่างชัดเจน เพราะเพชร 1 กะรัตที่ว่านั้น จะต้องดูส่วนประกอบอื่นๆ เป็นปัจจัยพิจารณา ราคาด้วยเช่นกัน โดยเพชร 1 กะรัตโดยทั่วไปแล้ว ราคาอาจจะอยู่ที่ประมาณ 265,200 – 686,800 บาทก็เป็นได้ ซึ่งการมีราคากลางมาเป็นตัววัด ก็จะสามารถ ทำให้ผู้ซื้อประเมินได้คร่าวๆ ว่า ราคาเพชรในช่วงนั้นๆ อยู่ที่ประมาณกี่บาท แต่จะไม่สามารถเคาะราคาเป๊ะๆ ได้อย่างชัดเจน 

          และนี่ก็คือ  ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ราคาเพชรและการซื้อขายเพชร ที่มีปัจจัยหลายประการ เข้ามาเป็นส่วนประกอบ ในการพิจารณาเพื่อ เลือกซื้อเพชร ดังนั้น ในส่วนของผู้เลือกซื้อ หากคุณมีงบประมาณในกระเป๋าที่จำกัด ก็ควรเลือกซื้อเพชร ที่มีราคากลางในระดับที่เหมาะสม หรือพิจารณา สอบถามกับทางร้านค้า ถึงคุณสมบัติของเพชร ตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้คุณได้เพชร ที่มีราคาใกล้เคียง กับที่ตั้งเป้างบประมาณ เอาไว้มากที่สุด

อ้างอิง : https://abovediamond.com/diamond-ring-price/

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top