ระดับสีของเพชร และเทคนิคการจำแนกสีเพชร ทำได้อย่างไรบ้าง

ระดับสีของเพชร เทคนิคการจำแนกสี ทำได้อย่างไร

    ระดับสีของเพชร เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญรองจากน้ำหนักที่ใช้ในการพิจารณาคุณภาพของเพชร หากใครมีวิธีดูสีของเพชรที่ถูกต้องเหมาะสม ก็จะทำให้คุณสามารถประเมินราคาและคุณภาพของเพชรได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นเดียวกัน ส่งผลให้คุณสามารถเลือกซื้อเพชรได้สวยถูกใจ ในราคาที่เหมาะสมตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น 

สีของเพชรเกิดจากอะไร 

   สีของเพชร เกิดจากปริมาณคาร์บอนภายในเนื้อเพชร ซึ่งหากได้รับความร้อนหรือสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบอื่นๆ รอบข้าง ก็จะทำให้เพชรแต่ละเม็ดมีสีที่แตกต่างกันออกไป  เช่น เพชรที่มีสีเหลืองจะมีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เพชรสีแดงเกิดจากการที่มีธาตุโครเมี่ยมเจือปน เพชรสีน้ำเงินเกิดจากการที่มีธาตุไทเทเนียมและเหล็กเจือปน โดยเราสามารถเรียกเพชรที่มีสีแตกต่างกันออกไปนี้ว่า เพชรแฟนซี ซึ่งเป็นเพชรที่มีความสวยงามแตกต่างจากเพชรขาว ส่งผลให้มีราคาที่สูงมากขึ้น ด้วยกระบวนการในการผลิตที่ซับซ้อน และความสวยงามที่มากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เพชรสีขาวที่มีความบริสุทธิ์ ใสสะอาด ก็ยังเป็นเพชรที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนทั่วไป เพราะสามารถนำไปใช้สวมใส่ได้หลายโอกาส และดูเป็นเพชรที่มีลักษณะมูลค่าสูงกว่าเพชรแบบที่เป็นสี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เพชรชนิดที่เป็นสีต่างหากที่มีมูลค่าสูงกว่า 

บทความที่เกี่ยวข้อง วิธีตรวจสอบเพชรแท้ vs เพชรเทียมง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองได้ที่บ้าน

การจำแนกสีของเพชร ทำได้อย่างไร

  • การจำแนกสีของเพชรนั้นจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ D ถึง Z เป็นตัววัดคุณภาพสีของเพชรเม็ดต่างๆ โดยเปรียบเทียบว่า D คือระดับสีของเพชรที่มีความขาวใสที่สุด จากนั้นไล่ระดับความขาวใสลงไปเรื่อยๆ จาก D ไป E จาก F เรื่อยๆ จนถึง Z ก็จะเป็นเพชรที่มีความขาวใสน้อยที่สุดนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว คนไทยเราจะใช้คำว่า “น้ำ” มาเป็นคำเรียกสีของเพชร ยิ่งเพชรน้ำสูงๆ มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขาว และไม่มีสีอื่นใดเจือปน โดยเพชรน้ำ 100, 99, 98 หรือเพชรระดับ D-E-F จัดเป็นเพชรที่มีราคาแพงมากที่สุด เพราะมีความขาวสว่างใส ไร้มลทิน ไม่มีสีเหลืองมาเจือปน อีกทั้งยังเป็นเพชรที่หายากมากกว่าเพชรในกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย 

  • การจำแนกสีของเพชรนั้น สามารถทำได้ด้วยการแยกเฉพาะโทนสี อันได้แก่ สีขาวและเหลือง หากมีการจำแนกสีที่นอกเหนือไปจากนี้ก็จะไปอยู่ในประเภทของการแยกสีเพชรแฟนซี ที่จะมีสีสันสดใส และลักษณะที่แปลกตาออกไป 

  • เฉดสีของเพชรนั้นนอกจากเพชรที่มีขาวแล้ว ก็ยังมีเพชรสีนวลอ่อน ซึ่งจะอยู่อักษร G ไล่ไปถึงระดับสีเหลืองแชมเปญในระดับ L ส่วนเหลืองเข้มจะอยู่ที่ระดับ P จากนั้นเพชรก็เป็นระดับของเพชรที่มีสีเหลืองเข้มๆ มากจนถึง Z นั่นเอง ซึ่งถ้าเพชรมีสีที่อยู่นอกขอบเขตของสีเหลืองออกไปแล้ว ก็จะจัดให้เข้าอยู่ในกลุ่มของเพชรแฟนซี ที่มีราคาสูงมากกว่าเพชรปกติทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันนั้นเพชรแฟนซีที่พบมากที่สุดก็คือ สีชมพู หรือที่เคยพบบ้าง แต่ก็มีโอกาสน้อยมากก็คือ สีแดง และสีน้ำเงิน 

  • หากถามว่าสีของเพชรระดับใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้ว ก็คงจะเป็นเพชรที่มีน้ำ 97-94 นั่นก็คือ เพชร G-J โดยเพชรในกลุ่มนี้ เป็นเพชรที่มีความคุ้มค่าในแง่ของราคาและคุณภาพ แม้จะไม่ได้เป็นเพชรที่มีสีขาวสว่างใส บริสุทธิ์มากกว่าเพชรระดับ D-F แต่ก็ถือเป็นเพชรที่มีความสวยงามในระดับที่เหมาะกับการนำมาใช้เป็นเครื่องประดับตัวเรือนทองหรือทองคำขาว 

    บทความที่เกี่ยวข้อง วิธีเลือกซื้อเพชรให้ได้คุณภาพตรงใจ อย่างที่คุณต้องการ

เหตุใดจึงกำหนดให้การจำแนกสีเพชรเริ่มต้นที่ D

  • มาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงจะสงสัยว่า ใครเป็นผู้กำหนดให้เริ่มต้นการไล่ระดับสีของเพชรที่ D ซึ่งคำตอบที่แท้จริงก็คือ ในอุตสาหกรรมเพชรนั้น มีการกำหนดวิธีจำแนกเพชรเอาไว้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจำแนกเป็น AA หรือการใช้ตัวเลขอารบิคเข้ามาเป็นตัวกำหนดระดับสีของเพชร ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน หรือการจำแนกสีที่ซ้ำกับรูปแบบเดิมที่มีอยู่ GIA จึงได้กำหนดให้เริ่มต้นเฉดสีของเพชรด้วยตัวอักษร D ซึ่งถือเป็นการจำแนกระดับสีของเพชรที่มีความเข้าใจง่ายที่สุดในบรรดาการจำแนกด้วยรูปแบบต่างๆ และยังเป็นวิธีการจำแนกสีเพชรที่ได้รับความนิยมในระดับสากลอีกด้วย 

เทคนิคการสังเกตสีของเพชร 

  • สำหรับใครที่สงสัยว่า แล้วแบบนี้เราจะสามารถดูสีของเพชรอย่างไรให้รู้ได้ว่าเพชรเม็ดนั้นๆ มีสีหรือน้ำอยู่ที่ระดับไหน ซึ่งวิธีในการสังเกตก็ไม่ยากเลย เพียงนำเพชรวางคว่ำลงบนกระดาษหรือถาดสีขาว จากนั้นให้ลองมองเฉียงๆ ลงมาที่บริเวณก้นเพชน คุณก็จะเห็นสีของเพชรที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากต้องการความแม่นยำในการสังเกตสีของเพชรมากขึ้นไปอีก ก็จำเป็นที่จะต้องมีเพชรต้นแบบมาวางไว้คู่กันเพื่อเป็นตัวเปรียบเทียบ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณสามารถจำแนกสีของเพชรเม็ดนั้นได้เป๊ะมากยิ่งขึ้น โดยในขั้นตอนของการสังเกตสีของเพชรนั้น คุณควรหลีกเลี่ยงการกะความขาวของเพชรจากความรู้สึก เพราะการใช้ความรู้สึกมาเป็นตัววัดเฉดสีของเพชร ส่วนใหญ่มักจะไม่แม่นยำ เพราะสายตาคนเรามองเห็นสีต่างกัน ทำให้จำเป็นต้องมีเพชรต้นแบบในการนำมาเปรียบเทียบเพื่อวัดสีที่ชัดเจนที่สุดของเพชรเม็ดนั้นๆ 

        ทั้งหมดนี้ก็คือ ข้อควรรู้เกี่ยวกับระดับสีของเพชร ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการสังเกตและจำแนกสีของเพชรแต่ละเม็ดได้ เพื่อให้คุณรู้ว่าเพชรแต่ละเม็ดที่ต้องการซื้อนั้น เป็นเพชรในระดับสีใด มีความสวยงามคุ้มค่าสมราคาและตรงกับความต้องการมากน้อยแค่ไหน การสังเกตน้ำหรือสีของเพชร ล้วนเป็นเทคนิคสำหรับผู้ที่รักและชื่นชอบในการซื้อเพชรเป็นชีวิตจิตใจจะต้องทราบไว้เป็นพื้นฐานนั่นเอง

อ้างอิง : lsjewelrygroup.com/content/16001/ระดับสีของเพชรมีกี่ประเภทเเล้วเเบบไหนคือดีที่สุด

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top